fbpx
skip to Main Content
Chinese (Simplified)EnglishThai

การดูดไขมัน (Liposuction) คืออะไร?

การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นการนำไขมันส่วนเกินที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังออกมา กำจัดทิ้งไป เพื่อให้สัดส่วนบริเวณดังกล่าวเล็กลง การดูดไขมันประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนการ Tumescent, การแยกไขมัน (การสลายไขมัน)ให้แตกตัวออกจากกัน และการนำไขมันออกมา ซึ่งการสลายไขมันนั้น จะใช้พลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วย โดยผ่านเครื่องดูดไขมันนั่นเอง เช่น เครื่องมือที่ใช้พลังงานน้ำ (Water Assisted Liposuction) คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) คลื่นวิทยุ (Radio frequency) การดูดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมมาก ในบริเวณหน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา และน่องเป็นต้น

การดูดไขมันในปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการสลายไขมัน เช่นเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาเท่านั้น ทำให้คนไข้ไม่ต้องอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น คนไข้จะมีสติดีอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องเสี่ยงว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะตื่นหรือไม่ เป็นกังวล การดูดไขมันในปัจจุบัน จึงมีความปลอดภัยสูงกว่าการดูดไขมันสมัยก่อนมาก และในระหว่างการดูดไขมันคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะแพทย์ได้ทำการฉีดยาชาเข้าไปก่อนแล้ว

 

ทำไมดูดไขมันออกไปแล้ว น้ำหนักไม่ลดลงเลย?

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การดูดไขมันนั้นไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการลดสัดส่วน เมื่อดูดไขมันไปแล้ว น้ำหนักจะไม่ได้ลดลง แต่จะได้สัดส่วนเล็กลง เพรียวมากขึ้น กล่าวคือไขมันนั้น มีน้ำหนักน้อยมาก เมื่อเทียบกับน้ำหนักของกล้ามเนื้อ แม้ทั้งสองสิ่งนี้จะมีขนาดใหญ่เท่ากัน แต่น้ำหนักของกล้ามเนื้อ จะมากกว่าน้ำหนักของไขมันถึงสามเท่า ยกตัวอย่างเช่น เรากับเพื่อนน้ำหนักเท่ากัน แต่มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน (เราไม่ออกกำลังกาย ทานแต่อาหารทอด ของหวาน มีไขมันสะสมเยอะ แต่เพื่อนกลับหุ่นดี สัดส่วนเล็ก เพราะไม่ทานของหวาน และออกกำลังกาย)

ดูดไขมันอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ?

การดูดไขมันที่มีคุณภาพนั้น ไม่ใช่การที่ดูดไขมันให้ออกมาได้มากที่สุด แต่เป็นการดูดไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ ปริมาณจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับสัดส่วน สรีระ มวลไขมัน รวมถึงโครงสร้างร่างกาย ของคนไข้แต่ละคน โดยผ่านการออกแบบจากแพทย์มาแล้ว การดูดไขมันในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจสูงสุด และลดการเกิดผลข้างเคียง เช่นผิวเป็นคลื่น ผิวไม่เรียบได้ ยิ่งถ้าเป็นการดูดไขมันพลังน้ำ จะมีผลข้างเคียงน้อยมาก หลังทำผิวจะเรียบ ไม่เป็นคลื่น สลายไขมันอย่างอ่อนโยน ทำให้เจ็บน้อย หลังทำใช้เวลาพักฟื้นน้อย ที่สำคัญคือไม่เกิดพังผืดอีกด้วย

ดูดไขมัน ตรงไหนได้บ้าง?

ไขมันจะกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในร่างกาย คือไขมันใต้ชั้นผิวหนัง, ไขมันในช่องท้อง, ไขมันที่แทรกตามกล้ามเนื้อ และไขมันที่อยู่ในหลอดเลือด ไขมันที่เราสามารถดูดออกมาได้ มีเพียงไขมันใต้ชั้นผิวหนังเท่านั้น ไขมันในชั้นนี้ไม่เป็นอันตราย แต่มีผลต่อภาพลักษณ์ภายนอก และความสวยงาม ไขมันในชั้นนี้นี่เอง ที่เป็นตัวการทำให้เราดูอวบ ดูอ้วน แต่บางรายที่มีห่วงยางรอบเอว หรือหน้าท้องยื่นเกินไป สาเหตุอาจจะไม่ได้มาจากไขมันใต้ชั้นผิวหนัง จริง ๆ แล้ว เป็นไขมันในช่องท้อง ที่พอกอยู่รอบ ๆ อวัยวะภายใน ไขมันในส่วนนี้ไม่สามารถดูดออกมาได้ จะต้องอาศัยการเผาผลาญของร่างกายเท่านั้น

ดูดได้ทุกสัดส่วน แผลเล็ก ปลอดภัย ไม่ต้องดมยาสลบ

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ สามารถดูดไขมันทั้งตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นดูดไขมันกรอบหน้า ดูดไขมันเหนียง ดูดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมันเอวเอส ดูดไขมันต้นแขน ดูดไขมันต้นขา ดูดไขมันน่อง ฯลฯ ขึ้นอยู่กับความกังวลใจของคนไข้ และจะรู้ว่าควรดูดไขมันกี่จุด ดูดไขมันต้นขากี่จุด ต้องดูดตรงไหนเพิ่มบ้าง ต้องดูดไขมันหัวเข่าเพิ่มหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน สัดส่วน โครงร่างของคนไข้ และการประเมินของแพทย์

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

หลังดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ หากต้องการให้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันออกมาดีที่สุด และพึงพอใจที่สุด ควรดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี จะช่ววยให้บริเวณที่ดูดไขมันบอบช้ำน้อย ลดการเกิดก้อนไต พักฟื้นไว และเห็นผลเร็วค่ะ

  1. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  2. ทำความสะอาดแผลทุกวันจนกว่าจะตัดไหม
  3. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
  4. หลีกเลี่ยงการกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเล ของหมักดอง
  5. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  6. งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  7. ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ จนกว่าจะตัดไหม
  8. สวมใส่ชุดยกกระชับตามคำแนะนำของแพทย์
  9. หลังดูดไขมัน 2 สัปดาห์ ให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดี และสัดส่วนคงที่

 

*หมายเหตุ
1. ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย รวมถึงปัญหาของคนไข้แต่ละคน
2. ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
3. ผลลัพธ์ที่ได้ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการสวมชุดกระชับ
หลังดูดไขมัน 1 เดือนแรก ควรสวมใส่ 22 – 24 ชั่วโมง/ทุกวัน ถอดออกเฉพาะเวลาอาบน้ำ
หลังดูดไขมัน เดือนที่ 2 – 3 เวลาในการสวมใส่จะขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน หลังจากคนไข้สวมใส่ชุดกระชับไปแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน
หากคนไข้สวมชุดกระชับตามคำแนะนำในเดือนแรก เดือนถัดไปอาจจะสวมใส่เพียง 12 ชั่วโมง โดยคนไข้สามารถเลือกช่วงเวลาในการใส่ได้ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือกลางคืน
4. ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

Back To Top