fbpx
skip to Main Content
Chinese (Simplified)EnglishThai

ศัลยกรรมตัดกระพุ้งแก้ม CHEEKBULGE

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal fat pad removal) เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง ปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้าและลำคอ เป็นปัญหาที่พบบ่อยในปัจจุบัน ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการสะสมของไขมัน ในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม และคาง ส่งผลต่อรูปหน้าทำให้รูปหน้าดูกลม และทำให้สูญเสียความมั่นใจตามมา สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการรับประทานอาหารที่เกินพอดี อาหารที่มีแคลลอรี่สูงๆ เช่น กลุ่มแป้ง น้ำตาล ไขมัน ฯลฯ โดยไม่ได้สัดส่วนกับการเผาผลาญไขมัน เช่น จากการออกกำลังกาย เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไขมันส่วนเกิน ก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ไขมัน ก็จะอ้วนพองใหญ่และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เซลล์ขยายออก หรือใหญ่ขึ้นเฉพาะบางส่วนได้นั่นเอง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปัจจุบันก็มีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การฉีดสารเพื่อสลายไขมัน แต่การรักษาที่ตรงจุด เห็นผลมากที่สุดคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม นั่นเอง

 

บางท่านมีปัญหายิ้มแล้วแก้มป่อง ยิ้มแล้วหน้าบาน เวลาน้ำหนักขึ้น ออกแก้มก่อนเลย แต่ลดน้ำหนักเท่าไหร่ ออกกำลังกายมากแค่ไหน แก้มก็ไม่ยอมลดลงซักที ปัญหาแบบนี้ การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หรือ Buccal Fat Pad Removal ช่วยได้ค่ะ

นอกจากการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้หน้าเรียวมากขึ้นแล้ว มีการศึกษาวิจัยจากต่างประเทศพบว่าการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยลงด้านล่าง กลับตึงขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย หรือแก้มห้อยให้ตึงกระชับมากขึ้นอีกด้วย

3 สาเหตุหลักของ “ปัญหาหน้าบาน” !!!

  1. โหนกแก้ม : กระดูกโหนกแก้มที่นูนและกว้างออกทำให้โครงหน้าบานและกว้างออกด้านข้าง การรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ คือ “การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือ ทุบโหนก” นั่นเองค่ะ
  2. ไขมันกระพุ้งแก้ม : ไขมันกระพุ้งแก้มนี้อยู่ประมาณครึ่งนึงของแก้มทางด้านหน้า สังเกตง่าย ๆ โดยให้ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหน้าบานออกด้านข้าง การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดคือ “ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม”
  3. กล้ามเนื้อกราม : กล้ามเนื้อกราม มีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร หากใช้งานมาก เช่น เคี้ยวอาหารเหนียว แข็งมาก  ๆ หรือ นอนกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่และบานขึ้น สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการ “ฉีดโบท๊อกซ์ลดกราม”

 ข้อดีของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ผลลัพธ์ชัดเจน
  • เป็นการผ่าตัดเล็ก
  • ไม่มีแผลเป็นภายนอก
  • เจ็บน้อย
  • หายเร็ว

 

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  2. นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. ผ่าตัดนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างออก และเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที
  5. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัด

 ข้อห้ามสำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • โรคลมชัก
  • โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเลือด
  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ความเสี่ยงของการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • ความเสี่ยงในการเลือดออก บวม ช้ำ หลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงของการติดเชื้อที่แผลหลังการผ่าตัด
  • ความเสี่ยงในการที่เส้นประสาทใบหน้าได้รับการกระทบกระเทือนทำให้มุมปากตกได้
  • ความเสี่ยงในการที่ท่อน้ำลายได้รับการกระทบกระเทือน

ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือน้อยมาก หากรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรับการผ่าตัดเป็นอย่างดี

เทคนิคการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ผลลัพธ์การรักษาจะดีหรือไม่ดี ขึ้นกับเทคนิคการผ่าตัดของคุณหมอ ซึ่งคุณหมอแต่ละท่าน แต่ละคลินิกก็มีเทคนิคที่แตกต่างกัน เทคนิคพิเศษ “เย็บกระชับกล้ามเนื้อ” ช่วยให้แก้มตึงขึ้นหลังผ่าตัด หมดกังวลเรื่องแก้มห้อยอีกต่อไป

1.เลือดออกขณะผ่าตัด

คุณหมอโจ้มีเทคนิคที่ทำให้เลือดออกน้อยมาก แทบไม่ออกเลย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เลเซอร์ (LASER) ขณะผ่าตัดคนไข้จะรู้สึกสบาย เนื่องจากสามารถกลืนน้ำลายได้ตามปกติโดยไม่มีเลือดลงคอ และหลังผ่าตัดจะมีอาการบวมน้อยอีกด้วย ซึ่งต่างจากการใช้เลเซอร์ (LASER) ในการห้ามเลือด ซึ่งจะบวมมาก เนื่องจากใช้ความร้อนในการห้ามเลือด

2.อาการบวมหลังผ่าตัด

อาการบวมหลังผ่าตัดเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนไข้ในการตัดสินใจผ่าตัด เนื่องจากหลายท่านมีงาน มีธุระต้องทำ ต้องการระยะพักฟื้นที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เทคนิคการผ่าตัดของ HERS จะทำให้หลังผ่าตัด มีอาการบวมน้อย เจ็บน้อย สามารถทำงานได้เลย พูดคุย และรับประทานอาหารได้ตามปกติ หลายท่านที่มีอาชีพที่เกี่ยวกับการพูดเข้ารับการผ่าตัดแล้วสามารถทำงานต่อได้ทันที

3.ระยะเวลาพักฟื้น

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น การผ่าตัดโดย HERS technique ทำให้หลังผ่าตัดไม่ต้องพักฟื้น ทำงานต่อได้ทันที

4.รอยแผล

ขนาดของแผลก็มีความสำคัญ ส่งผลต่อระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด รอยแผลใหญ่จะทำให้มีอาการปวดมากกว่ารอยแผลเล็ก และทำให้บวมมากกว่าแผลที่มีขนาดเล็กอีกด้วย

5.ยกกระชับแก้มห้อย

ความกังวลเกี่ยวกับความหย่อนคล้อยของแก้มหลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ทำให้หลาย ๆ ท่านลังเล หรือ ไม่กล้าที่จะตัดไขมันกระพุ้งแก้มHERS technique จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เนื่องจากคุณหมอโจ้ มีเทคนิคพิเศษเย็บกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม จะช่วยทำให้หลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนอกจากแก้มจะไม่ย้อยแล้ว ยังทำให้แก้มตึงกระชับขึ้นอีกด้วย

 การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยากลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดวิตามิน อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรทุกชนิดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแต่งหน้าก่อนเข้าผ่าตัด
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • แจ้งประวัติการฉีด เสริม และตกแต่งใบหน้าทุกประเภท
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ
  • เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการประคบเย็บไว้ที่บ้าน เช่น cold pack

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดจะทำให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาดีที่สุด และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

 การดูแลตนเองภายหลังการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  • สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้น อาหารเผ็ด อาหารร้อน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารติดที่ไหมเย็บแผล
  • ประคบเย็นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และอมน้ำแข็ง ในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัด
  • เริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  • รับประทานยาที่ได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

*สาขารัชโยธิน-ลาดพร้าว โทร. 090-962-9628

 

line@ : @doctorsine

 

*สาขาศรีนครินทร์ โทร. 063-959-5697

 

line@ : @doctorsine.sri

 

*สาขาซีคอนสแควร์ โทร. 064-591-6999

 

line@ : @doctorsineDSC

 

Back To Top